ขาดทุนจากสวนมะม่วงเพราะโควิด-19

ดิฉันมีอาชีพทำสวนมะม่วง ทำนาปีเพื่อเก็บข้าวไว้กินเอง รายได้ของครอบครัวมาจากการทำสวนมะม่วง และพ่อบ้านเปิดร้านตัดผมที่บ้าน โดยรายได้จากร้านตัดผมประมาณวันละ 500 บาท แต่มาตรการเพื่อป้องกับการระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องปิดร้านตัดผม และปิดการส่งออกระหว่างประเทศ การขนส่งระหว่างจังหวัด ส่งผลอย่างมากต่อราคาผลผลิตและการรับซื้อของพ่อค้าแม่ค้าโดย ช่วงนี้แทบจะไม่มีพ่อค้า แม่ค้ามาซื้อมะม่วงเลย  ทำให้ราคามะม่วงส่งออกที่ไม่ค่อยดีอยู่แล้วในปีนี้ตกต่ำลงไปอีก จากราคากิโลกรัมละ 10 บาท ลดลงเหลือราคากิโลกรัมละ 2 บาทเท่านั้น สร้างความเสียหายแก่ครอบครัวเราและเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเป็นอย่างมาก 

ในสวน ปลูกมะม่วงเพชรบ้านลาด มะม่วงฟ้าลั่นประมาณ 3-4 ตัน แต่ขายไม่ได้เลยในช่วงแรก ในช่วงหลังพอเริ่มขายได้ นอกจากจะได้ราคาที่ต่ำมากในราคากิโลกรัมละ 2 บาทแล้ว ผลผลิตมะม่วงที่ได้จากสวนเกือบ 4 ตัน (4,000 กิโลกรัม) กลับถูกคัดออกเนื่องจากมะม่วงเริ่มสุกมากแล้ว เหลือมะม่วงที่ขายออกไปได้เพียง 400 กิโลกรัม แม้จะได้เงินเพียง 800 บาท เราก็ต้องยอม ดีกว่าปล่อยให้มะม่วงร่วงเน่าใต้ต้นและไม่ได้อะไรเลย

เพื่อหารายได้เข้าครอบครัว เราก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการขายมะม่วง เราก็อาศัยความช่วยเหลือจากคนรู้จักช่วยหาออเดอร์มะม่วงน้ำดอกไม้ จากการแชร์รูปมะม่วงน้ำดอกไม้เบอร์ 4 ลงเฟสบุ๊ค จัดส่งโดยเคอรี่วันละ 150-160 กิโลกรัม แต่ราคาจัดส่งสินค้าแพงกว่าราคามะม่วง สุดท้ายแล้วมีรายได้เหลือเพียงกิโลกรัมละไม่ถึง 20 บาท แต่ก็ทำได้เพียง 3 วัน บริษัทขนส่งมีปัญหา หยุดรับส่งสินค้า เลยต้องหยุดการขายลง 

เนื่องจากมีมะม่วงที่ถูกคัดออกจำนวนมาก ดิฉันจึงลองนำมาแปรรูปทำส้มลิ้ม พอมีรายได้บ้างนิดหน่อย 

ผลกระทบจากภัยแล้งและโรคโควิด-19 นอกจากจะทำให้มะม่วงตายเพิ่มไปอีกหลายต้นแล้ว ยังส่งผลให้ครอบครัวมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ในขณะที่รายได้ลดลง ช่วงนี้ก็วิตกกังวลมากเพราะไม่รู้ว่าปีนี้จะนำเงินที่ไหนมาลงทุน หนี้เก่าก็ยังชำระไม่หมด  และถึงอาหารจะหาซื้อยากและมีราคาสูง แต่ครอบครัวพออยู่ได้เพราะมีพืชผักที่ปลูกไว้แถวบ้านเพื่อบริโภค